บ้านโมเดิร์น มินิมอล ดีไซน์เรียบง่าย แต่ทันสมัย
บ้านโมเดิร์น มินิมอล โมเดิร์นมินิมอล (Modern minimal) คือการผสมผสานระหว่างความเป็นโมเดิร์น ที่เห็นได้ชัดในเรื่องโครงสร้างของตัวบ้านในรูปทรงเรขาคณิต เน้นความโปร่งโล่ง สบายตา ไม่ซับซ้อน และแฝงความเรียบง่ายอย่างมีสไตล์ในแบบของ มินิมอล ทำความสะอาดง่าย ด้วยเพราะภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูทันสมัย และการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่มากด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทำให้ปัจจุบันการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นมินิมอลได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และนี่คือรายละเอียดที่ซ่อนอยู่อย่างแยบยลของบ้านโมเดิร์นมินิมอล
มินิมอล (Minimal Style) คือมินิมอลกลายเป็นสไตล์การแต่งบ้านยอดนิยมในยุคปัจจุบันที่เน้นให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายเป็นหลัก ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มีสีสรรฉูดฉาดมาก มีจำนวนเฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งไม่จำเป็นต้องเยอะ เอาแค่ที่พอดี อะไรไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใส่เข้าไปในห้อง นอกจากนี้ยังเน้นความสว่างจากแสงไฟธรรมชาติเป็นหลัก หรือใช้หลอดไฟที่มีสีสรรไม่ฉูดฉาด เน้นความเรียบง่ายในทุกองค์ประกอบ เก็บกวาดดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย บ้านจัดสรรภูเก็ต

ลักษณะการตกแต่งที่บ่งบอกถึงความเป็นมินิมอล
มีพื้นที่เหลือใช้เยอะ ด้วยความที่สไตล์มินิมอลมีการใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เน้นการเลือกใช้แต่ของที่จำเป็น และของตกแต่งเหล่านั้นต้องมีความเรียบง่าย ทำให้การตกแต่งสไตล์นี้ มีพื้นที่ว่างเหลืออยู่มาก คือเป็นอัตราส่วนโดยประมาณ Space 60%, Decoration 40%
ใช้สีน้อย ๆ หรือสีโมโนโทนในการตกแต่ง สไตล์มินิมอลจะใช้โทนสีในการตกแต่งไม่มากนัก และส่วนใหญ่จะเป็นสีพื้นที่ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับห้อง โทนสีที่ใช้สำหรับบ้านสไตล์มินิมอล ควรเป็นสีออกโมโนโทนหรือสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว, เทาอ่อน, เทาเข้ม, น้ำตาลอ่อน บ้านเดี่ยว บ้านแฝด
เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น แต่จำเป็น และมีดีไซน์เฉพาะตัว เฟอร์นิเจอร์ในแบบมินิมอลสไตล์ ถึงแม้จะมีความเรียบ ไม่เน้นรวดลาย แต่ดีไซน์ต้องดูทันสมัย หรือมีรูปทรงที่น่าสนใจ เช่น โคมไฟเรียบ ๆ หรือดีไซน์บางเฉียบ เก้าอี้พื้น ๆ ที่ไม่มีลวดลาย แต่มีรูปทรงที่ดูมีคอนเซ็ปต์ ลดทอนความเยอะ และไม่จำเป็นให้เหลือแต่ความเรียบง่ายที่ดูโดดเด่นในแบบของตัวเอง
คุณภาพ สำคัญกว่าปริมาณ การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ต้องมีระบบการจัดเก็บของที่ดี เพื่อความสะอาด และความเป็นระเบียบ เพราะฉะนั้นการออกแบบห้อง มักจะออกแบบให้ถูกซ่อนอย่างกลมกลืนไปกับอาคาร หรือเครื่องเรือน เช่น การออกแบบผนัง พื้นที่ใต้บันได หรือมุมต่าง ๆ ให้สามารถซ่อนตู้ หรือลิ้นชักเก็บของได้ โดยออกแบบหน้าบานต่าง ๆ ให้กลมกลืนไปกับผนังห้อง เป็นต้น

วิธีการตกแต่งบ้านให้เป็นสไตล์มินิมอล
1.ตกแต่งไปทีละห้อง การจะตกแต่งบ้าน หรือห้องคอนโดทั้งหมดพร้อม ๆ กันอาจจะยากเกินไป เพราะฉะนั้น ลองเริ่มจากการตกแต่งห้องเพียงหนึ่งห้องก่อน เช่น ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น ที่คุณชอบใช้เวลาอยู่ในนั้นบ่อย ๆ ลองค่อย ๆ ตกแต่งไปทีละเล็กละน้อยจนพอใจ เสร็จแล้วใช้ห้องที่คุณเพิ่งตกแต่งเสร็จนี่แหละ เป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องต่อ ๆ ไป
2.เลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการทำให้ห้องสักห้องดูสวยงาม น่าอยู่ คือ เฟอร์นิเจอร์ สำหรับบ้านสไตล์มินิมอล คุณควรเริ่มจากการลดทอน (Simplify) ห้องสักห้อง ฃด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ให้น้อย น้อยในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าแทบจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์เหลือให้ใช้เลย ลองเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่จำเป็นจริง ๆ ทิ้งไป โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่คุณควรเลือก คือพวกเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบง่าย แต่มีดีไซน์ที่สวยงาม ในโทนสีเข้ม หรืออ่อนก็ได้แล้วแต่ความชอบ
3.เลือกเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของที่มีประโยชน์จริง ๆ เวลาเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ให้ถามตัวเองว่าของสิ่งนี้มีความจำเป็นที่จะต้องมีหรือเปล่า เช่นเดียวกับเวลาจัดบ้านใหม่ ถ้ามีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนที่คุณรู้สึกว่าก็อยู่ได้โดยที่ไม่มีมัน นั่นก็หมายความว่าคุณควรกำจัดมันออกไปซะ อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญในการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล คือ การมีเฟอร์นิเจอร์ และของใช้สอยต่าง ๆ ที่มีประโยชน์และมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตจริง ๆ

ไอเดียบ้านโมเดิร์นสไตล์มินิมอลหลังคาจั่วสูง
บ้าน ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้างที่ใช้หลบแดดฝนเท่านั้น แต่เป็นเสมือนพื้นที่ห่อหุ้มชีวิตและกิจกรรมของทุกคนในครอบครัวเอาไว้ ลองนึกภาพเด็ก ๆ เล่นอย่างมีความสุขรอบ ๆ ลานดิน ในขณะที่ผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกันบนเฉลียงในร่ม เจ้าแมวตัวอ้วนกำลังงีบหลับบนบันได สิ่งแวดล้อมอันเป็นเอกลักษณ์ของผืนดินสร้างประสบการณดี ๆ ที่หล่อเลี้ยงความทรงจำของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น ทำให้บ้านเป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่เต็มไปด้วยพลังงานของชีวิตอยู่ในนั้น การเลือกออกแบบบ้านจึงต้องเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการอยู่อาศัย
บ้านหลังนี้ที่ตั้งอยู่ในเมืองมิชิมะ จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ทั้งหมด 103.08 ตารางเมตร ออกแบบให้เป็น บ้านสไตล์โมเดิร์นหลังคาจั่วเรียบ ๆ ดูเหมือนบ้านชั้นเดียว แต่จริงๆ แล้วมี 2 ชั้นพร้อมหลังคาขนาดใหญ่ หน้าบ้านแบ่งเป็นผนังทึบฉาบเรียบครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งซีกเป็นกระจกเต็มพื้นที่ เพื่อให้แสงภายนอกเข้ามาภายในได้เท่าที่บ้านต้องการ รอบ ๆ เต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาที่ทอดยาวออกไป พร้อมรับสายลมที่น่ารื่นรมย์จากหุบเขา ทางเข้าปูด้วยหินกรวดเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับรูปลักษณ์ของบ้าน ภาพรวมดูน่าประทับใจแม้ไม่ได้มีรายละเอียดการตกแต่งมากมาย
ห้องทานข้าวริมหน้าต่างผนังกระจก ที่ติดสูงจากพื้นเฉียงขึ้นไปตามแนวหลังคา ทำให้บ้านได้รับแสงสว่างและวิวที่สูงขึ้นมองเห็นยอดไม้เอนไหวตามแรงลม และท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปตลอดทั้งวัน ในช่วงที่รู้สึกว่าแดดแรงก็มีผ้าม่านฝ้ายสีขาวโปร่ง ๆ เป็นตัวช่วยกรองแสงจ้าที่ดูเป็นธรรมชาติและโรแมนติก ทุกครั้งที่นั่งทานข้าวก็จะได้ซึมซับบรรยากาศดี ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงบสุข
ส่วนใช้งานชั้นล่างประกอบด้วย ห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ที่เชื่อมต่อกันเป็นห้องโถงเดียวขนาดใหญ่ มองเห็นทะลุจากด้านหน้าไปด้านหลัง ด้านข้างโต๊ะทานข้าวซุกซ่อนครัวแบบเปิดเล็ก ๆ เอาไว้ เพื่อแยกให้เป็นสัดส่วนไม่ให้กลิ่นและควันรบกวนการใช้ชีวิต แต่ยังสามารถมองเห็นและเชื่อมต่อกันได้ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด


บ้านหลังคาแหลมเฉียบคม ดูโปร่งโล่งและตกแต่งในสไตล์เรียบง่าย
งานไม้ญี่ปุ่นบนผนังแบบบิวท์อินที่เชื่อมต่อโครงสร้างหลังคา เป็นผนังที่สามารถใช้งานในแนวตั้งได้ ไม่ต้องมีตู้อะไรมาวางเพิ่ม และยังให้บรรยากาศคลาสสิกที่ดูอบอุ่นและน่าอยู่ ด้วยความสูงจากพื้นที่ถึงเพดานที่เท่า ๆ กับบ้านสองชั้น จึงมีพื้นที่มากพอจะแบ่งเป็นพื้นที่เก็บน้ำ ห้องเก็บของ และห้องนอน อยู่ที่ชั้นบน โดยมีบันไดที่โอบล้อมผนังนำขึ้นไป ภาพเพดานแหลม ๆ และบันไดที่วนอยู่บนผนังสร้างภูมิประเทศที่เหมือนหุบเขาเอามาเก็บไว้ภายในอาคาร
บ้านหลังคาแหลมเฉียบคม ภายในแปลนแบบเปิดที่ซึ่งผู้อยู่อาศัยสามารถเปลี่ยนตำแหน่งการใช้ได้อย่างอิสระ ความสูงของโครงการและผนังกระจกที่กินปริมาตรของชั้น 1 และชั้น 2 ทำให้เจ้าของบ้านได้ดึ่มด่ำกับความเปลี่ยนแปลงของวิวและแสงที่ส่องเข้ามาในแต่ละฤดูกาล ภายในชายคาใหญ่ที่มีลมหุบเขาพัดมาโอบล้อมบ้านอย่างอ่อนโยน หล่อเลี้ยงชีวิตที่เต็มไปด้วยสุขในทุกๆ วัน
การปิดฝ้าเพดานทำให้บ้านเรียบร้อย ซึ่งวิธีการติดตั้งก็มีหลายแบบ เช่น หลายคนชอบติดฝ้าเพดานเอียงตามรูปร่างหลังคา เพราะทำให้บ้านดูโปร่งขึ้นและระบายอากาศร้อนได้ดี ในขณะที่อยากติดฉนวนกันความร้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนจากหลังคา ก็มักมีคำถามว่าสามารถทำได้ไหม คำตอบคือสามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องตรวจดูระยะเหนือฝ้าเพดาน หรือช่องว่างระหว่างฝ้าเพดานกับหลังคา ควรมีระยะไม่ต่ำกว่า 1 เมตร เพื่อให้ช่างสามารถขึ้นไปติดตั้งฉนวนกันความร้อนได้ง่าย